
ส.อ.ท.ให้คะแนนรัฐบาล “มาร์ค” ผ่านแบบคาบเส้นชี้แม้ตั้งใจทำงานแต่ยังตัดสินใจล่าช้าแถมยังมุ่งเอาใจประชา นิยมจนน่ากลัว ขณะ “โฆสิต” เตือนรัฐมือเติบระวังถังแตกชักหน้าไม่ถึงหลัง ส่วนขุนคลัง “กรณ์ จาติกวณิช” เผย 3 ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการช่วงรอยต่อ
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินนโยบายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ว่า ให้ 5 คะแนนจาก 10 คะแนนเต็ม เพราะมีหลายเรื่องที่ทำได้ดีแต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ดำเนินการได้ล่าช้า เช่น เรื่องแนวคิดขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประเทศที่รัฐบาลถอดใจง่ายเกินไปโดยให้ไป ตั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านแทน ทั้งๆที่ความจริงเรื่องนี้สามารถบริหารจัดการได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวด ล้อม การวางผังพื้นที่
“จุดเด่นของรัฐบาลชุดนี้คือ ตั้งใจทำงานและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม แต่หลายๆเรื่องก็เป็นเรื่องที่ต้องติติงเพราะล่าช้า ขณะเดียวกันนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้กำลังเร่งดำเนินการส่วนใหญ่กำลังจะกลาย เป็นประชานิยมเกินไป เช่น การอุดหนุนค่าไฟฟ้า เห็นว่าเรื่องนี้ช่วยได้แต่ไม่ใช่อุ้มจนขาดหลักการหรือผลักภาระให้ส่วนอื่น แทน”
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายแรงงาน กล่าวหลังเข้าพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน ว่า ส.อ.ท.ได้สอบถามถึงเหตุผลในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่า จ้างกลาง เนื่องจากกรรมการชุดดังกล่าวได้ปรับค่าจ้างในระดับที่สูงเกินจากที่คณะ อนุกรรมการจังหวัดพิจารณาไว้ ซึ่งนายเฉลิมชัยได้อธิบายเหตุผลว่า อนุกรรมการวิชาการมีอำนาจพิจารณาอยู่แล้วตามกฎหมายแรงงาน แต่เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้ใช้ กฎหมายดังกล่าว ซึ่ง ส.อ.ท.เองก็รู้สึกงงกับคำตอบที่ได้ “ยอมรับว่าเหตุผลของกระทรวงแรงงานยังทำให้ ส.อ.ท.รู้สึกกังขาอยู่ เพราะการกระทำของรัฐบาลเหมือนเป็นการมัดมือชกและน่าจะเป็นอีกหนึ่งนโยบาย ประชานิยมของรัฐบาล ส.อ.ท.จึงต้องเคลื่อนไหวเพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อภาคเอกชน” นายทวีกิจ กล่าว
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเมินการทำงานของรัฐบาลภายใต้การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ว่า สอบผ่าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ต้องการให้กำลังใจ เพราะที่ผ่านมาทำได้ดี ส่วนนโยบายประชาวิวัฒน์ จะเป็นประชานิยมหรือไม่ ยังไม่ทราบรายละเอียด หากรัฐบาลมุ่งแต่เน้นรายจ่าย คงจะไม่ครบด้าน ควรจะมุ่งไปหารายได้ เช่นภาษีว่า จะมาจากไหน สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้านั้น เป็นสิ่งที่ดี แต่ประเด็นสำคัญ คือหลังการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ หากสามารถเปลี่ยนถ่ายอำนาจได้ โดยปราศจากความรุนแรงก็จะเป็นเรื่องดี จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งควรน่าจะเปิดโอกาสให้ทำงาน
นายโฆสิตกล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2554 ว่า จะขยายตัว 4-5% ส่วนปี 2553 จะขยายตัวถึง 7-8% ขณะที่ปี 2552 ติดลบ 2% โดยเฉลี่ยโตปีละ 3% ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ ส่วนปัญหาฟองสบู่ของระบบเศรษฐกิจไทยนั้น จะยังไม่เกิดขึ้นในปีหน้า แต่จะสะสมไปเรื่อยๆ ดังนั้น นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐบาลที่ผ่อนคลายทุกด้านไม่ควรใช้เป็นการถาวร ควรปรับปรุงให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เพราะปัญหาฟองสบู่ถ้ายังไม่เกิดขึ้นจะเห็นได้ยาก
สำหรับสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายมีสินเชื่อใหม่ เพิ่มขึ้น 5% ส่วนปี 54 คาดว่าจะมีสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 5-7% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทย โดยทิศทางการปล่อยสินเชื่อจากปีนี้เน้นสินเชื่อบุคคล ส่วนปีหน้าจะกระจายสินเชื่อออกไป
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ปีหน้ากระทรวงการคลังจะดำเนินการใน 3 เรื่องหลักคือ 1. การบริหารเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและการคลังมีเสถียรภาพ 2. ดูแลเรื่องการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดไม่ว่าจะเป็นการ ใช้ทรัพย์สินอันเป็นที่ดินของรัฐและการใช้จ่ายเม็ดภาษี และ 3. การใช้นโยบายการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนซึ่งในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้นโยบายของกระทรวงการคลังต้องตอบโจทย์เหล่านี้ให้ครอบคลุม ตั้งแต่เสถียรภาพการคลัง จนถึงการแก้ไขปัญหาความยากจน นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะผลักดันกฎหมายสำคัญภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง คือกฎหมายการจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันเข้าวาระ 3 ในวันแรกของการเปิดสภาสมัยนิติบัญญัติ และคาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถมีผลบังคับได้ในกลางปีหน้า
สำหรับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้านั้น ยังคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวประมาณ 4% ซึ่งเศรษฐกิจของไทยเป็นเศรษฐกิจเปิด ได้รับแรงผันผวนจากเศรษฐกิจภายนอก อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจประเทศไทยก็มีภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะภาระหนี้สาธารณะที่ยังอยู่ในระดับไม่สูงมากเพียงแค่ 43% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และมีทุนสำรองทางการที่สูงมาก.
ข้อมูลข่าวโดย : ![]()





















โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น