
“สุเทพ เทือกสุบรรณ” มอบนโยบายหัวหน้าสถานีตำรวจและผู้นำชุมนุม เด้งรับแผนปฏิบัติการปราบยาเสพติดระยะ 3 ระบุ หลังกำชับตำรวจ 30 วัน จับคนร้ายกว่า 2 หมื่นราย ขอผู้นำชุมชนทำบัญชีขี้ยากวาดล้างนำตัวเข้าบำบัดฟื้นฟู…
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 3 ในงานเสวนาหัวข้อ “บทบาทของตำรวจกับการแก้ไขยาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน” ให้กับหัวหน้าสถานีตำรวจและผู้นำชุมชนในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล กว่า 500 คน และมอบนโยบายผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ ไปยังตำรวจภูธรภาค 2-9 และศูนย์ปฏิบัติการชายแดนภาคใต้
โดยนายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหายาเสพติด ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 306 /2553 เมื่อวันที่ 28 ม.ค.53 ให้เร่งปฏิบัติการแก้ปัญหายาเสพติด โดยให้เจ้าหน้าที่ร่วมมือกับประชาชน และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันทำงาน ขอให้ชุมชนจับมือกับตำรวจสร้างรั้วเพื่อปกป้องเยาวชนของเรา ให้รอดพ้นจากยาเสพติดให้ได้ ที่สำคัญขอให้ผู้นำชุมชนช่วยจัดทำบัญชีผู้เสพติดในชุมชน เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู จะช่วยลดปริมาณความต้องการยาเสพติดลงได้ ซึ่งพื้นที่ที่น่ากังวลคือ ภาคเหนือตอนบน ที่เป็นแหล่งนำเข้า กทม. และจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จึงเป็นโอกาสให้คนร้ายถือโอกาสในช่วงเวลาดังกล่าว ขยายผลเรื่องยาเสพติด
“วันนี้รัฐบาลแก้ปัญหามาได้ในระดับหนึ่ง แต่จะต้องเพิ่มความเข้มข้นตามที่นายกฯได้กำหนดช่วงเวลาปฏิบัติการชัดเจนใน การทำงานกวาดล้าง และต้องประเมินผลทุกเดือน ทุก 3 เดือน และ 6 เดือนว่า ลดความร้ายแรงของปัญหาลงไปได้มากน้อยแค่ไหนแค่ไหน” รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าว
นอกจากนี้ นายสุเทพ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนได้มอบนโยบายให้ตำรวจไปเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.53 ว่า จะต้องปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ให้กระทบสิทธิมนุษยชนของประชาชน ในการเข้าไปปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ชุมชนต่างๆ พบว่าการปฏิบัติงานของตำรวจในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ตำรวจได้ตรวจค้นผู้กระทำผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งในกทม.และทั่วประเทศ 8,201 ชุมชน และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และตกเป็นผู้ต้องหา 27,910 คน โดยจำนวนนี้เป็นผู้ค้ารายใหญ่ 616 ราย และขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าไปยึดทรัพย์ 534 ราย เป็นเงิน 148 ล้านบาท ซึ่งจากนี้ไปจะปฏิบัติการให้เข้มข้นอย่างต่อเนื่อง และรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมร่วมกันระหว่างตำรวจและผู้นำชุมชน หวังว่าจะจะเป็นการผนึกกำลังเพื่อให้รั้วต่างๆ เป็นไปอย่างเข้มแข็งโดยพลังของประชาชน ขณะเดียวกัน ทหารและตำรวจต้องผนึกกำลังดูแลรั้วชายแดนให้เข้มข้นขึ้น เพราะส่วนหนึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้เพราะผู้นำชุมชนแจ้งเบาะแส และชี้เป้าให้ตำรวจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลมากขึ้น และรัฐบาลมั่นใจว่าเป็นโอกาสที่เราจะขจัดภัยยาเสพติดได้แท้จริง และตั้งแต่นี้ไป ทุกชุมชนจะต้องได้รับการตรวจสอบผู้กระทำผิด ผู้ค้า ผู้สนับสนุน เมื่อพบให้นำตัวมาดำเนินคดี ซึ่งสถานีตำรวจจะเป็นเจ้าภาพในการรับแจ้งเหตุและข้อมูลจากผู้นำชุมนุม และต้องทำอย่างเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งก็จะทำได้มากขึ้น เมื่อผู้นำชุมนุมพบผู้เสพ ให้ช่วยกัน เพื่อนำไปเข้าโครงการบำบัด และช่วยกันจัดทำบัญชีบำบัด เพื่อลดความต้องการในการซื้อขาย ประชาชนตั้งตารอได้เลยว่า ภายใน 3 เดือนนี้ ปัญหายาเสพติดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด วันนี้ตนได้ปรึกษากับผบ.ตร. และเลขาธิการป.ป.ส. ว่า จะชักชวนผู้เสพในแต่ละชุมนุมให้เข้าสู่ระบบบำบัดให้มากที่สุด เพื่อลดปริมาณการต้องการซื้อให้มากที่สุด






















โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น